27.2.52

สุวิทย์ คุณกิตติ

การดำรงตำแหน่งทางการเมือง

สมาชิกสภาจังหวัดขอนแก่น

พ.ศ. 2526 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น สมัยแรก ในสังกัด พรรคกิจสังคม

พ.ศ. 2528 เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นตัวแทนประเทศไทยไปประชุมสหภาพรัฐสภาโลก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น ต่อเนื่องอีกหลายสมัย (พ.ศ. 2529, 2531, 2535/1, 2535/2, 2538 และ 2539)

พ.ศ. 2529 เลขานุการรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย

พ.ศ. 2530 ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คนไทยคนแรกที่ได้รับความไว้วางใจจาก สมาชิกรัฐสภา 120 ประเทศทั่วโลก เลือกตั้งให้เป็น กรรมการบริหารสหภาพรัฐสภาโลก

พ.ศ. 2533 เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

พ.ศ. 2533 รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ในรัฐบาล พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ

พ.ศ. 2535 รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เลขาธิการพรรคกิจสังคม (พ.ศ. 2535 - 2541)

พ.ศ. 2538 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

พ.ศ. 2539 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

พ.ศ. 2539 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

พ.ศ. 2540 รองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ

พ.ศ. 2541 รองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลชวน 2 (14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540 , คณะรัฐมนตรีคณะที่ 53 ของไทย) รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม (จากการปรับ ครม. วันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2541)

พ.ศ. 2542 หัวหน้าพรรคกิจสังคม (พ.ศ. 2542 - 2543) ถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล นายชวน หลีกภัย ในปี 2542 เพราะลูกพรรค ถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องกับการทุจริตจัดซื้อยาในกระทรวงสาธารณสุข

พ.ศ. 2544 รองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลทักษิณ 1 (17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 , คณะรัฐมนตรีคณะที่ 54 ของไทย) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (จากการปรับ ครม. วันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2544)


พ.ศ. 2545 ถูกพรรคฝ่ายค้านยื่นถอดถอนจากตำแหน่ง รมต.ศึกษาฯ 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2545 และ 10 พฤษภาคม 2545 ด้วยข้อกล่าวหาขัดเจตนารมณ์ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และมีพฤติกรรมจงใจใช้อำนาจฝ่าฝืน กฎหมายรัฐธรรมนูญ มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจระหว่างวันที่ 22-23 พฤษภาคม 2545 ต่อมาในการปรับ ครม. วันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2545 นายสุวิทย์พ้นจากตำแหน่ง รมต.ศึกษาฯ กลับไปเป็นรองนายกรัฐมนตรี และนายปองพล อดิเรกสาร รับตำแหน่ง รมต.ศึกษาฯ แทน

พ.ศ. 2547 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (จากการปรับ ครม. วันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2547)

พ.ศ. 2548 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ในรัฐบาลทักษิณ 2 (11 มีนาคม พ.ศ. 2548 , คณะรัฐมนตรีคณะที่ 55 ของไทย)

พ.ศ. 2551 รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (ลาออกจากการร่วมรัฐบาล)

สุวิทย์ คุณกิตติ

รายชื่อนักการเมืองไทย
นายสุวิทย์ คุณกิตติ


เกิดวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2500 ที่ อำเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น
ได้ปริญญาตรี ทางเคมี และพ.ศ. 2523 ต่อปริญญาโทในสาขาเดียวกัน ที่ มหาวิทยาลัยเคนตักกี้สหรัฐอเมริกา สมรสกับ นางลาวัณย์ คุณกิตติ มีบุตรด้วยกัน 3 คน

นายสุวิทย์ คุณกิตติ เข้าสู่วงการเมืองระดับประเทศครั้งแรกในสังกัด พรรคกิจสังคม โดยได้เป็น ส.ส.จังหวัดขอนแก่น ตั้งแต่มีอายุเพียง 26 ปี หลังจากนั้นบางช่วง ย้ายไปสังกัด พรรคเอกภาพ และกลับไปสังกัด พรรคกิจสังคม อีกได้ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการพรรค และต่อมาดำรงตำแหน่ง หัวหน้าพรรค ภายหลังการเสียชีวิตของ นายมนตรี พงษ์พานิช ก่อนจะย้ายไปสังกัด พรรคไทยรักไทย

นายสุวิทย์ เป็นต้นคิดนโยบาย "กองทุนหมู่บ้าน" ตั้งแต่ยังอยู่ที่พรรคกิจสังคม และต่อมาเป็นผู้รับผิดชอบ ดำเนินการตั้งแต่ต้น ในฐานะ ประธานคณะกรรมการ กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) จนกลายเป็นนโยบาย ที่สร้างชื่อเสียงให้กับ พรรคไทยรักไทย เป็นอย่างสูง

ช่วงปี พ.ศ. 2548 นายสุวิทย์มีปัญหาสุขภาพ ทำให้ต้องยุติบทบาททางการเมืองเป็นการชั่วคราว ระหว่างนั้น ได้ลงทุนทำธุรกิจ เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ทัปเปอร์แวร์ จากสหรัฐอเมริกา แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ในนามบริษัท เอสเค อินเตอร์กรุ๊ป 2005

เมื่อสุขภาพดีขึ้น นายสุวิทย์ ได้บวชเป็นพระภิกษุระยะหนึ่ง ก่อนเข้าสู่วงการเมืองอีกครั้ง และแยกตัวออกจากพรรคไทยรักไทย โดยร่วมกับ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นายพินิจ จารุสมบัติ และ นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ ก่อตั้ง "กลุ่มแนวร่วมสมานฉันท์" ขึ้น

ต่อมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ และ นายพินิจ จารุสมบัติ ถูกวินิจฉัยใน "คดียุบพรรค" ทำให้ต้องเว้นวรรคทางการเมือง 5 ปี ขณะที่ นายสุวิทย์ ไม่มีปัญหาต้องเว้นวรรคทางการเมือง เนื่องจากลาออกจาก กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ไปก่อน ต่อมานายสุวัจน์ ได้แยกตัวไปร่วมกับ กลุ่มรวมใจไทย ของ นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ก่อตั้ง พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ขณะที่ กลุ่มแนวร่วมสมานฉันท์ที่เหลือ ได้เข้าร่วมกับ กลุ่มปากน้ำ ของ นายวัฒนา อัศวเหม ก่อตั้งเป็น พรรคเพื่อแผ่นดิน และ นายสุวิทย์ คุณกิตติ ได้รับการสนับสนุน ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็น หัวหน้าพรรค คนแรก

ในค่ำวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 นายสุวิทย์ได้แถลงข่าวนำพรรคเพื่อแผ่นดินออกจากการร่วมรัฐบาลในฐานะหัวหน้าพรรค เนื่องจากให้เหตุผลว่ารัฐบาลไม่มีความชัดเจนเรื่องกรณีเขาพระวิหารขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก, การจวบจ้วงเบื้องสูง และการพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญ

กรณ์ จาติกวณิช

ผลงานการทำงาน

นายกรณ์ จาติกวณิช เคยดำรงตำแหน่งประธาน บริษัทเจพี มอร์แกน (ประเทศไทย)จำกัด พ.ศ. 2544 – พ.ศ. 2547 ประธานบริษัทหลักทรัพย์เจเอฟ ธนาคม จำกัด พ.ศ. 2531 – พ.ศ. 2543 เอส จี วอร์เบิร์ก ลอนดอน ประเทศอังกฤษ พ.ศ. 2528 – พ.ศ. 2530

พ.ศ. 2528 : เริ่มงานด้วยตำแหน่งผู้จัดการกองทุน บริษัท เอส จี วอร์เบิร์ก (S.G. Warburg & Co.) กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ (พ.ศ. 2528-2530)


พ.ศ. 2531 : กลับประเทศไทย ร่วมก่อตั้งและเป็นประธาน บริษัทหลักทรัพย์ เจเอฟ ธนาคม จำกัด ด้วยวัยเพียง 24 ปี (พ.ศ. 2531-2535)


พ.ศ. 2535 : กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เจเอฟ ธนาคม จำกัด ด้วยวัย 28 ปี (พ.ศ. 2535-2543)

พ.ศ. 2544 : ขายหุ้น เจเอฟ ธนาคม ในมือทั้งหมดให้กับ JP Morgan Chase และตั้งใจจะวางมือ เพราะแผนธุรกิจบรรลุผล ได้ผ่านงานในวงการการเงินครบแล้ว ตัดสินใจรับข้อเสนอเป็นประธาน บริษัทเจพี มอร์แกน ประเทศไทย โดยทำงานในฐานะผู้บริหารมืออาชีพแบบเต็มตัว (พ.ศ. 2544-2548)

พ.ศ. 2548 : ลาออกจาก JP Morgan เพื่อเข้าสู่วงการเมืองในวัย 40 ปี

ผลงานทางการเมืองนายกรณ์ จาติกวณิช เข้าสู่วงการการเมืองจากการชักชวนของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเพื่อนนักเรียนเมื่อครั้งเรียนอยู่ที่อังกฤษ โดยชนะเลือกตั้งได้เป็น ส.ส. เขต 7 กรุงเทพมหานคร ซึ่งประกอบด้วย เขตยานนาวาและเขตสาทรบางแขวง ของ พรรคประชาธิปัตย์ จากการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 ด้วยคะแนนเสียง 36,010 คะแนน เป็น 1 ใน 4 ของ ส.ส.กรุงเทพมหานครของพรรคประชาธิปัตย์
นายกรณ์ จาติกวณิช เคยได้รับเลือกให้ทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเงา ในการติดตามตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์

ทางด้านการทำงานในสภาผู้แทนราษฎร นายกรณ์ จาติกวณิช ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รองประธานคณะกรรมาธิการการเงินการคลังและสถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎร 2 สมัยติดต่อกัน

ปัจจุบัน นายกรณ์ จาติกวณิช ดำรงตำแหน่งเป็น รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กรณ์ จาติกวณิช

รายชื่อนักการเมืองไทย
กรณ์ จาติกวณิช
รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ผู้หันหลังให้กับวงการธุรกิจขณะเงินเดือนหลักล้านและโบนัสเกือบ 40 เดือน เพื่อมาทำงานให้บ้านเมือง นายกรณ์ จาติกวณิช เกิดเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2507 เนื่องจากรูปร่างที่สูงถึง 193 เซนติเมตร ทำให้ได้สมญานามจากสื่อมวลชนว่า "หล่อโย่ง"

กรณ์ จาติกวณิช นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ จากความรู้ความสามารถที่ได้รับเมื่อสมัยเรียนอยู่ที่ ออกซ์ฟอร์ด มหาวิทยาลัยชื่อดังของประเทศอังกฤษ และเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เขาสร้างบริษัทของตนเองก่อนไปเป็นผู้บริหารระดับสูงในบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ได้รับเงินเดือนกว่าล้านบาท ที่ซึ่งทำให้เขาได้พบภรรยาที่เป็นทั้งคู่คิดและคู่ชีวิตที่ดี เจ-วรกร จาติกวณิช แต่การตัดสินใจร่วมใช้ชีวิตคู่ร่วมกันไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากฝ่ายหญิงเคยแต่งงานและมีบุตรแล้ว แต่นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรคสำคัญที่ทั้งคู่ไม่สามารถร่วมกันผ่านมันมาได้ เพราะถึงทุกวันนี้ลูกชายคนโต แต๊ง-พงศกร นักแสดงหนุ่มจากละคร “กลิ้งไว้ก่อน พ่อสอนไว้” และ ติ๊ง-พันธิตร คนรองก็สามารถเข้ากันได้ดีกับน้องๆ 2 คน คือ น้องแจม-กานต์ และ น้องจอม-ไกรสิริ ได้เป็นอย่างดี และมักจะมีกิจกรรมยามว่างที่ทำร่วมกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาในครอบครัวเสมอ

กร ทัพพะรังษี

ประวัติการทำงาน

นายกร ทัพพะรังษี สำเร็จการศึกษา กลับมาเมืองไทย ได้เข้าเริ่มงานแห่งแรกที่ สถานทูตแคนาดา ในตำแหน่ง "ผู้ช่วยทูตการค้า" รับผิดชอบด้าน วิวัฒนาการ และพัฒนาเศรษฐกิจ ทางด้านอุตสาหกรรมของประเทศไทย โดยเป็นคนไทยคนแรกที่ได้ดำรงตำแหน่งนี้

หลังจากทำงานที่สถานทูตแคนาดาได้ 6 ปี จึงเริ่มเข้าสู่วงการเมืองโดยรับหน้าที่เป็น เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้กับ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ผู้เป็นน้าชาย และขณะนั้นกำลังเริ่มก่อตั้ง พรรคชาติไทย ทำให้นายกรได้มีส่วนร่วม ในการจัดตั้งพรรคชาติไทยมาตั้งแต่ต้น และได้ทำงานการเมืองอย่างต่อเนื่องนับแต่นั้นมา

ปี 2517 เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, ร่วมก่อตั้งพรรคชาติไทย

ปี2518 เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ปี 2519 เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

ปี 2523 ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรรม

ปี 2526 ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา และได้รับเลือกตั้งทุกยุค ทุกสมัยติดต่อกัน(ปี 2526 - 2544)

ปี 2529 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

ปี 2531-2534 รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คุมงานด้านพลังงาน การลงทุนและการท่องเที่ยว

ปี 2535 ร่วมก่อตั้งพรรคชาติพัฒนา โดยดำรงตำแหน่งโฆษกพรรค และภายหลังดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค และหัวหน้าพรรค ตามลำดับ

ปี 2535-2537 ประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม

ปี 2537 รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คุมงานด้านพลังงาน

ปี 2538 ประธานคณะกรรมาธิการการพลังงาน

ปี 2539 รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

ปี 2541 รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ปี 2545 รองนายกรัฐมนตรี

ปี 2547-2548 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ตำแหน่งอื่น ๆ
- นายกสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาในพระบรมราชูปถัมภ์ (AUAA)
- นายกสมาคมมิตรภาพไทย-จีน- นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
- อดีตประธานสหพันธ์แบดมินตันนานาชาติ (IBF)


ขอขอบคุณwww.thaipolitic.com

กร ทัพพะรังสี


นายกร ทัพพะรังสี อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาราช อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีหลายกระทรวง
เกิดวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2488 เป็นบุตรของ นายอรุณ ทัพพะรังสี (บุตร เจ้าพระยานราธรหิรัญรัฐ กับคุณหญิงหวาน) และ นางพร้อม ทัพพะรังสี (สกุลเดิม "ชุณหะวัณ" เป็นบุตรีของจอมพลผิน ชุณหะวัณ) เนื่องจากสืบเชื้อสายจากนักการเมืองซอยราชครู ทำให้ได้รับการขนานนามให้เป็น “ทายาทราชครู รุ่นที่ 3”


นายกร เคยดำรงตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ประวัติการศึกษา

นายกร ทัพพะรังสี เข้ารับการศึกษาแห่งแรกที่ โรงเรียนอนุบาลละอออุทิศ ใกล้วิทยาลัยครูสวนสุนันทา มีเพื่อนคนแรกที่เรียน ห้องเดียวกัน นั่งโต๊ะติดกัน และยังคบหากันมากว่า 50 ปี คือ ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ เลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) และอดีตผู้อำนวยการองค์การการค้าโลก (WTO)
เรียนต่อชั้นประถม ที่ โรงเรียนเซนต์คาเบรียล หลังจากจบจากเซนต์คาเบรียล จึงไปเข้า โรงเรียนเตรียมอุดมสามพราน เป็นเวลา 1 ปี เรียนต่อที่ วิลบราแฮม อะแคเดมี่ (Wilbraham Academy) โรงเรียนประจำระดับเตรียมอุดมศึกษา ใกล้เมืองสปริงฟิลด์ รัฐแมสซาชูเซตต์ ประเทศสหรัฐอเมริกา จากนั้นเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาที่ มหาวิทยาลัยคลาร์ค เมืองวูสเตอร์ รัฐแมสซาชูเซตต์ ประเทศสหรัฐอเมริกา
นายกร มีเพื่อนที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกันในตระกูลคือ นายปองพล อดิเรกสาร และ ดร.ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ซึ่งเรียนโรงเรียนเดียวกัน และอยู่บ้านบริเวณเดียวกัน ทั้งที่ซอยราชครูและที่สหรัฐอเมริกา

กนก วงษ์ตระหง่าน

ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน

ศาสตราจารย์ ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน เกิดที่จังหวัดพิจิตร จบการศึกษาระดับมัธยมที่โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก ได้เหรียญนักเรียนดีเด่น ก่อนจะสอบเข้าคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในเหตุการณ์ 14 ตุลา เป็นรองเลขาธิการฝ่ายเศรษฐกิจของศูนย์การนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) จึงย้ายไปเรียนที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแทน จากนั้นจึงไปศึกษาปริญญาโทต่อที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา และได้ทุนศึกษาต่อปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์ ด้วยคะแนนเป็นที่หนึ่งของมหาวิทยาลัย

ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน สมรสกับ ดร. เฉลยลัคน์ ธนะสิริ บุตรสาวของนายแพทย์เฉก ธนะสิริ มีบุตร 3 คน
จากนั้นจึงกลับมาเป็นอาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อยู่หลายปี และจากนั้นจึงย้ายไปอยู่ที่ทบวงมหาวิทยาลัย จนกระทั่งได้เป็นรองปลัดทบวง ในยุคที่มี ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน เป็นปลัดทบวง

จากนั้นจึงเข้าสู่แวดวงธุรกิจ ด้วยการเป็นกรรมการบริหารสายปฏิบัติการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทเซ็นทรัล รีเทลคอร์ปอเรชั่น จำกัด และได้รับการทาบทามเป็น ประธานบริหารสานปฏิบัติการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ห้างสรรพสินค้า โรบินสัน มีบทบาทสำคํยในการร่วมพลิกฟื้นสถานะของโรบินสันให้คงอยู่ต่อไป จากนั้นจึงเข้าเป็นประธานกรรมการบริหาร บริษัทแฟมิลี่มาร์ท จำกัด ในปี พ.ศ. 2546 และเป็นประธานกรรมการ บริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด(ซีอีโอ) ในปี พ.ศ. 2547 ถึงปัจจุบัน

ในแวดวงการเมือง ศ.ดร.กนก เป็นประธานที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ปัจจุบันเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์และเป็นคณะกรรมการขับเคลื่อนวาระประชาชน ในช่วงการรณรงค์เลือกตั้ง 23 ธันวาคม พ.ศ. 2550 โดยรับผิดชอบทางด้านการศึกษาและเศรษฐกิจ
ปัจจุบันทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี

ทักษิณ ชินวัตร

บทบาททางสังคม

ทักษิณ รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภามหาวิทยาลัย 6 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิไทยคม และเป็นผู้ริเริ่มแนวความคิดที่จะนำดาวเทียมสื่อสาร"ไทยคม" มาใช้ประโยชน์ทางด้านการศึกษาผ่านดาวเทียมเพื่อเปิดโอกาสให้เด็กชนบท ผู้ยากไร้ที่ไม่สามารถเรียนต่อได้มีโอกาสเรียนต่อในท้องถิ่นของตนเอง ทั้งนี้โดยได้รับความร่วมมือจากกรมการศึกษานอกโรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการ เป็นกรรมการอำนวยการ สถาบันเอเชียการศึกษา ปี 2538 - ปัจจุบัน เป็นกรรมการสภาที่ปรึกษา สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นกรรมการที่ปรึกษา BANGKOK CLUB เป็นกรรมการอำนวยการ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

รางวัลเกียรติคุณ :

2539 - ได้รับรางวัล "Outstanding Criminal Justice Alumnus Awardsจาก Criminal Justice Center, Sam Houston State University และได้รับรางวัล "Distinguished Alumni Award จากมหาวิทยาลัยเดียวกันเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2539

2538 - ได้รับคัดเลือกไปเป็น 1 ใน 3 คนไทยดีเด่นซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทย และฟิลิปปินส์เข้ารับรางวัลจากสถานฑูตฟิลิปปินส์

2537 - ได้รับรางวัล "บุคคลดีเด่นผู้พัฒนาโทรคมนาคมเพื่อ สังคมของประเทศไทย ประจำปี 2536" จากสมาคมโทรคมนาคม แห่งประเทศไทย

- ได้รับยกย่องจากหนังสือพิมพ์ Singapore Business Times ให้ เป็น 1 ใน 12 นักธุรกิจผู้นำของเอเชีย

- ได้รับคัดเลือกจากนิตยสาร Financial World ที่มีชื่อเสียงของสหรัฐอเมริกาให้เป็นหนึ่งใน Asian CEO of the Year ได้รับ พระราชทานปริญญาวารสารศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

- ได้รับคัดเลือกให้เป็นคนไทยคนแรกและเป็นบุคคลที่ 3 ที่ได้รับทุน " Lee Kuan Yew Exchange Fellowship " จากประเทศสิงคโปร์ 2535 - ได้รับรางวัล "1992 Asean Business Man of the Year"จาก Asean Institute ประเทศอินโดนีเซีย

- ได้รับรางวัล "เกียรติยศจักรดาว" ด้านพัฒนาเศรษฐกิจจากคณะกรรมการมูลนิธิโรงเรียนเตรียมทหาร

ทักษิณ ชินวัตร


ประวัติ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร

คุณทักษิณ เกิดเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2492 ที่อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่
การศึกษา จบชั้นมัธยมศึกษาที่ โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่

อุดมศึกษาที่ โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 10 โรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 26 จบปริญญาโท โดยได้รับทุนจากรัฐบาล (ทุน ก.พ.) Eastern Kentucky University สหรัฐอเมริกา สาขา Criminal Justice
จบปริญญาเอก ที่ Sam Houston State University สหรัฐอเมริกา สาขา Criminal Justice


ประวัติการทำงาน :

พ.ศ. 2541-2543 - ก่อตั้งพรรคไทยรักไทยและดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคไทยรักไทย

พ.ศ. 2539-2540 - ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี (ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ)

พ.ศ. 2538-2539 - ตำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบงานด้านจราจร (ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี บรรหาร ศิลปอาชา)- เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังธรรม

พ.ศ. 2537-2538 - ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

พ.ศ. 2530-2537 - ลาออกจากราชการเพื่อประกอบธุรกิจส่วนตัว- ประธานกรรมการ บริษัท ชินวัตร คอมพิวเตอร์ จำกัด

พ.ศ. 2516-2530 - รองผู้กำกับการนโยบายและแผนงาน/ กองบังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล

เนวิน ชิดชอบ

ข้อมูลนักการเมืองไทย

นายเนวินมีชื่อเล่นจริง ๆ ว่า "เป็ด" แต่ได้รับฉายาจากสื่อมวลชนว่า "ยี้ห้อย ร้อยยี่สิบ" จากการสงสัยว่าเป็นผู้ทุจริตซื้อเสียงในการเลือกตั้ง ปี พ.ศ. 2538 ที่ จ.บุรีรัมย์ เมื่อตำรวจจับธนบัตรใบละ 20 และ 100 เย็บติดกันเป็นปึกใหญ่มัดรวมกับใบแนะนำตัวของนายเนวิน แต่ไม่สามารถเอาผิดได้ นอกจากนี้นายเนวินยังมีอีกฉายาหนึ่งว่า "ชื่อพม่า หน้าลาว เว้าเขมร" ด้วย เนื่องจากชื่อเหมือนนายพลเน วิน อดีตผู้นำทหารพม่า แต่เมื่อเวลาหาเสียงจะพูดปราศรัยเป็นภาษาเขมรจนเป็นเอกลักษณ์


ในการเลือกตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2548 ถูกนายถาวร เสนเนียมกล่าวหาว่าเป็นผู้พยายามเกลี้ยกล่อมให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พัทลุง และสตูลให้ความช่วยเหลือพรรคไทยรักไทยในการเลือกตั้ง แต่ปรากฏว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุด สามหนา ห้าห่วง อันประกอบด้วย พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ, นายปริญญา นาคฉัตรีย์ และนายวีระชัย แนวบุญเนียร ลงความเห็นว่าหลักฐานที่นายถาวรใช้ยื่นฟ้องคือ เทปบันทึกเสียงของนายเนวินไม่ชัดเจนพอ

หลังจากนั้นได้รับอีกฉายาหนึ่งว่า "หมอผีเขมร" เนื่องจากเชื่อว่าเป็นผู้แนะนำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ใช้ไสยศาสตร์ในการปกป้องคุ้มครองตัว ในวิกฤตการขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และเชื่อว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังของการนำม็อบคาราวานคนจนมาปิดล้อมตึกของเครือเนชั่น ที่เขตบางนา เมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2549 และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังของการจัดทำสื่อทางเลือก เช่น TTV MV1 และเว็บไซต์ รีพอตเตอร์ ออกมาตอบโต้กลุ่มผู้ขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ด้วย และเป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกควบคุมตัวหลังรัฐประหาร 19 กันยายน พ.ศ. 2549 พร้อมกับนายยงยุทธ ติยะไพรัชด้วย อีกทั้งก็เป็นบุคคลต้องสงสัยว่าอยู่เบื้องหลังของการพยายามคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ปี พ.ศ. 2550 ที่จะมีการรับร่างในวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2550 ในจังหวัดบุรีรัมย์ด้วย

ในวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2550 ที่ จ.บุรีรัมย์ นายเนวินได้ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงของพรรคพลังประชาชน ตอนหนึ่งนายเนวินได้บอกว่าระหว่างที่ถูกควบคุมตัวได้ถูกกระทำอย่างไม่ถูกต้องและถูกจับแก้ผ้าหมดทั้งตัว และถูกทิ้งไว้ข้างถนน แต่ทางคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ได้ปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริงและปฏิบัติต่อนายเนวินอย่างใด

ปัจจุบันนายเนวินแม้จะถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี แต่เป็นผู้นำกลุ่มเพื่อนเนวินที่มี ส.ส.ในกลุ่มอยู่ราว 30 คน มีบทบาทอย่างสูงในการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี


เครื่องราชอิสริยาภรณ์

พ.ศ. 2531 ตริตาภรณ์มงกุฎไทย (ต.ม.)
พ.ศ. 2533 ตริตาภรณ์ช้างเผือก (ต.ช.)
พ.ศ. 2535 ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย (ท.ม.)
พ.ศ. 2537 ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก (ท.ช.)
พ.ศ. 2538 ประถมาภรณ์มงกุฎไทย (ป.ม.)
พ.ศ. 2539 ประถมาภรณ์ช้างเผือก (ป.ช.)
พ.ศ. 2540 มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.)
พ.ศ. 2541 มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

เนวิน ชิดชอบ

ประวัติการทำงานการเมือง

พ.ศ. 2529 ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.บุรีรัมย์ สังกัดพรรคสหประชาธิปไตย ของ พ.อ.พล เริงประเสริฐวิทย์ ได้เป็นหน้าห้องของ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายสรอรรถ กลิ่นประทุม)

พ.ศ. 2531 ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.บุรีรัมย์ สังกัดพรรคเทิดไทย ของนายณรงค์ วงศ์วรรณ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2534 เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

พ.ศ. 2535 ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.บุรีรัมย์ สังกัดพรรคสามัคคีธรรม (การเลือกตั้ง 2535/1) ก่อนเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พ.ศ. 2535 ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.บุรีรัมย์ โดยย้ายมาสังกัดพรรคชาติไทย (การเลือกตั้ง 2535/2)

พ.ศ. 2538 ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.บุรีรัมย์ สังกัดพรรคชาติไทย มี นายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นหัวหน้าพรรค ได้เป็นรัฐมนตรีครั้งแรกในตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

พ.ศ. 2539 ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.บุรีรัมย์ สังกัดพรรคเอกภาพ ของ นายอุทัย พิมพ์ใจชน

พ.ศ. 2540 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2544 ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.บุรีรัมย์ สังกัดพรรคชาติไทย

พ.ศ. 2545 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ (5 มีนาคม 2545) พ.ศ. 2547 ย้ายมาสังกัดพรรคไทยรักไทย

พ.ศ. 2548 11 มีนาคม 48 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2 สิงหาคม 48 รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

เนวิน ชิดชอบ


ประวัติ

นายเนวิน ชิดชอบ เกิดวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2501 เป็นบุตรของ กำนันชัย ชิดชอบ อดีต สส.บุรีรัมย์ และนางละออง ชิดชอบ เป็นลูกคนกลางในบรรดาพี่น้องชาย 5 หญิง 1 กำนันชัย ชิดชอบ บิดาของนายเนวิน ตั้งตัวมาจากธุรกิจโรงโม่หิน มีกิจการที่สำคัญคือ โรงโม่หินศิลาชัย

ชื่อ "เนวิน" ถูกตั้งขึ้นตามชื่อของ นายพลเนวิน ผู้นำรัฐบาลเผด็จการทหาร ที่ปกครองประเทศพม่าในขณะนั้น ซึ่งกำนันชัยประทับใจมาก

นายเนวินมีบุตรกับภรรยาเดิม 2 คน ก่อนจะมาสมรสกับ นางกรุณา ชิดชอบ (นามสกุลเดิม "สุภา" บุตรีของนายคะแนน สุภา เจ้าของ บริษัท เชียงใหม่ คอนสตรัคชั่น จำกัด)

นายเนวินจบชั้น ป.7 จากโรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม และไปศึกษาระดับมัธยมศึกษาจนจบ ม.ศ.5 จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เคยเรียน นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง แต่ต้องออกกลางคันเพื่อไปดูแลกิจการทางบ้าน

ต่อมาได้ศึกษาต่อจนสำเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญา สาขาวิชาพัฒนาชุมชนภาคพิเศษ สถาบันราชภัฎบุรีรัมย์ เมื่อ ปี พ.ศ. 2530 และต่อมาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ส่งเสริมการเกษตรและสหกรณ์บัณฑิต จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

นอกจากนี้ได้รับปริญญา บริหารรัฐกิจ (B.S.) จาก Pacific Western University, ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยห้องแถว ในสหรัฐอเมริกา

24.2.52

บรรหาร ศิลปอาชา

สรุปประวัติทางการเมือง

พ.ศ. 2517 เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ. 2518 เป็นสมาชิกวุฒิสภา

พ.ศ. 2519 ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี ครั้งแรก ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ. 2521 เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

พ.ศ. 2523 ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (พ.ศ. 2523 - 2524)

พ.ศ. 2526 ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี

พ.ศ. 2529 ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (พ.ศ. 2529 - 2531)

พ.ศ. 2531 ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (พ.ศ. 2531 - 2533)

พ.ศ. 2533 ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (พ.ศ. 2533 - 2534)

พ.ศ. 2535 ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี ในการเลือกตั้งทั้ง 2 ครั้ง ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

พ.ศ. 2537 หัวหน้าพรรคชาติไทย ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็น ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

พ.ศ. 2538 ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

พ.ศ. 2539 ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี

พ.ศ. 2540 ประธานที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

พ.ศ. 2542 ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการการปฏิรูปการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ประธานที่ปรึกษาโครงการส่งเสริมอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียนอิ่มทุกคนทุกวัน

พ.ศ. 2544 ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี เขต 4 พ.ศ. 2548 ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี เขต 4

พ.ศ. 2550 ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. สุพรรณบุรี ด้วยคะแนนสูงที่สุดในประเทศ

บรรหาร ศิลปอาชา


นายบรรหาร ศิลปอาชา

เกิดวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2475 ที่จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นบุตรคนที่ 4 ในจำนวน 6 คนของนายเซ่งกิมและนางสายเอ็ง แซ่เบ๊ เดิมมีชื่อว่า นายเต็กเซียง แซ่เบ๊ สมรสกับคุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา มีบุตร-ธิดารวม 3 คน คือ นายวราวุธ ศิลปอาชา น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา และ น.ส.ปาริชาติ ศิลปอาชา

นายบรรหารจบการศึกษาชั้นประถมที่จังหวัดสุพรรณบุรี เข้ากรุงเทพมาเรียนหนังสือชั้นมัธยม ที่ โรงเรียนวัฒนะศิลป์วิทยาลัย แต่ต้องหยุดเรียนไป เนื่องจากเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง หันไปทำงานกับพี่ชาย และก่อตั้งบริษัทรับเหมาก่อสร้างเป็นของตัวเอง เป็นตัวแทนจำหน่ายคลอรีนให้กับการประปาส่วนภูมิภาค

ต่อมาเมื่อนายบรรหารเป็นนักการเมืองแล้ว จึงเริ่มเรียนหนังสือต่อจนจบปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อ พ.ศ. 2529 และศึกษาต่อปริญญาโทนิติศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยเดียวกัน

ประวัติการศึกษา และวุฒิกิตติมศักดิ์

นิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง
นิติศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ครุศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการบริหารการศึกษา สถาบันราชภัฏสวนสุนันทา

ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์

งานการเมือง

:: ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
:: ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตป้อมปราบปทุมวัน

:: รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเลขาธิการพรรคชาติประชาธิปไตย
:: ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา
:: สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร
: : เลขาธิการพรรคกิจประชาคม
: : กรรมาธิการการเศรษฐกิจ
: : กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบจากกรณีกฎหมายการค้า ปี 2531
ของสหรัฐอเมริกา
: : โฆษกพรรคเอกภาพ
: : กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาญัตติด่วนเพื่อศึกษาและหาแนวทางแก้ไขปัญหาการขาดทุนของผู้
ประกอบการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ
: : กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไข เพิ่มเติม
: : รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
: : รองหัวหน้าพรรคสามัคคีธรรม
: : กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ
: : ประธานสภาผู้แทนราษฎร และรักษาการประธานรัฐสภา
: : หัวหน้าพรรคเสรีธรรม : : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา
: : รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
: : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา
: : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร
: : ที่ปรึกษาอาวุโส พรรคประชาธิปัตย์
: : ประธานฯ กรรมาธิการต่างประเทศ
: : รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
: : รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม
: : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร: : ประธานกรรมการมูลนิธิ จอห์น อี.พิวรีฟอย
: : กรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช
: : อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต


เครื่องราชอิสริยาภรณ์

: : ประถมาภรณ์มงกุฎไทย (ป.ม. ปี 2522)
: : ประถมาภรณ์ช้างเผือก (ป.ช. ปี 2532)
: : มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว. ปี 2535)
: : มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช. ปี 2536)

ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์


ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์

ข้อมูลส่วนตัว:

ชื่อสกุล นาย อาทิตย์ อุไรรัตน์
เกิด วันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2481
สัญชาติ ไทย
สถานะภาพ แต่งงาน
มีบุตร-ธิดา 3 คน
ภรรยา นางบุญนำ อุไรรัตน์
ที่อยู่ 73 ซอยอารีสัมพันธ์ 2 กรุงเทพฯ 10400 ประเทศไทย

การศึกษาและคุณวุฒิ :

รัฐศาสตร์ สาขาการทูตและการต่างประเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

มหาบัณฑิต สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากFletcher School of Law and Diplomacy, Tufts University, Massachusetts U.S.A.

มหาบัณฑิต สาขาการบริหารรัฐกิจจาก California State University, M.S. (Public Service) Los Angeles, U.S.A.

ดุษฎีบัณฑิต ทางรัฐศาสตร์ สาขารัฐประศาสนศาสตร์ จาก
University of Colorado, Boulder, Colorado, U.S.A.

ประวัติการทำงาน:

ปลัดอำเภอเมือง จังหวัดนครนายก
หัวหน้าฝ่ายอัตรากำลังและฝึกอบรม สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการและพลเรือน
หัวหน้ากองวิชาการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
หัวหน้ากองบริหารทั่วไป การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
รองเลขาธิการคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
ที่ปรึกษาระเบียบบริหารของนายกรัฐมนตรี
ประธานคณะอนุกรรมการปรับปรุงระเบียบข้าราชการการพลเรือน
กรรมการการประปานครหลวง
ประธานอนุกรรมการพิจารณาปรับปรุงกิจการ การประปานครหลวง
ผู้ว่าการการประปานครหลวง

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.) ปี ๒๕๔๑ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.) ปี ๒๕๔๒

การจัดอันดับบุคคลระหว่างประเทศ

• ๑ ใน ๑๐๐ ผู้นำสำหรับโลกวันพรุ่งนี้, โดย World Economic Forum (องค์กรที่ทำงานเกี่ยวกับเศรษฐกิจและการเมืองของโลก) พ.ศ.๒๕๓๕

• ๑ ใน ๒๐ ผู้นำสำหรับสหัสวรรษ ด้านการเมือง, โดย นิตยสารเอเซียวีค ๕ พ.ย.๒๕๔๒

• ๑ ใน ๖ นักการเมืองที่เป็นความหวังของเอเซีย, โดย นิตยสารไทม์ ๖ ต.ค. ๒๕๔๐,
“เสียงใหม่ๆ เพื่อเอเซียใหม่”


http://www.abhisit. org

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นักการเมือง
ประสบการณ์การทำงาน

• ปี ๒๕๓๐-๒๕๓๑ อาจารย์ประจำ (ยศร้อยตรี)โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ (จปร.)
เขาชะโงก จังหวัดนครนายก

- ปี ๒๕๓๒ อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ

- ปี ๒๕๓๓-๒๕๓๔ อาจารย์ประจำ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กรุงเทพมหานคร

• ปี ๒๕๓๕ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๖ (สาธร, ยานนาวา, บางคอแหลม พ.ศ.๒๕๓๕/๑, ๒๕๓๕/๒) กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์

- ปี ๒๕๓๘ และปี ๒๕๓๙ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต๕ (ดินแดน, ห้วยขวาง, พระโขนง, คลองตัน) กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์

- ปี ๒๕๔๔ และ ปี ๒๕๔๘ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์-ปี ๒๕๕๐
(๒๓ ธ.ค.๕๐)สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วนกลุ่ม ๖ พรรคประชาธิปัตย์

• ปี ๒๕๓๕-๒๕๓๗ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

- ปี ๒๕๓๗-๒๕๓๘ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง

- ปี ๒๕๓๘-๒๕๓๙ ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาสภาผู้แทนราษฎร

- ปี ๒๕๓๘-๒๕๔๐ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์

• ปี ๒๕๔๐-๒๕๔๔ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
รับผิดชอบ :-
-กำกับดูแล สนง.คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
-กำกับดูแล สนง.คณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ
- กำกับดูแล สนง.คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ
- กำกับดูแล สนง.คณะกรรมการกระจายอำนาจ ไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- ปี ๒๕๔๑ ประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒
- ปี ๒๕๔๒ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

• ปี ๒๕๔๘ – ปัจจุบัน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

• ปี ๒๕๔๘ – ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ ผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร

• ปี ๒๔๕๑ – ๒๗ กุมภาพันธ์ - ธันวาคม ๒๕๕๑ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

• ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๑ - ปัจจุบัน นายกรัฐมนตรี

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ




ข้อมูลส่วนตัว

เกิด - ๓ สิงหาคม ๒๕๐๗ เมืองนิวคาสเซ็ล ประเทศอังกฤษ

บิดา - ศ.น.พ.อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ
มารดา - ศ.พ.ญ.สดใส เวชชาชีวะ
ภรรยา - ผศ.ดร.พิมพ์เพ็ญ (ศกุนตาภัย) เวชชาชีวะ
อาจารย์ประจำ ภาควิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ
บุตร-ธิดา: น.ส.ปราง เวชชาชีวะ นายปัณณสิทธิ์ เวชชาชีวะ

การศึกษา

- โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์
- โรงเรียนอีตัน (Eton College) ประเทศอังกฤษ
- ปริญญาตรีสาขาปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ (เกียรตินิยมอันดับ ๑)
มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด (Oxford University) ประเทศอังกฤษ
- ปริญญาตรีสาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
- ปริญญาโทสาขาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ
- ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ทางนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

22.2.52

วัฒนธรรมนักการเมืองที่ดี


การเป็นนักการเมืองที่ดีต้องประกอบด้วยวัฒนธรรมต่าง ๆ ดังนี้

- วัฒนธรรมสำนึก นักการเมืองที่ดีต้องมีความสำนึกอยู่ตลอดเวลาว่า วัฒนธรรมไทยมีคุณค่า ทุกคนมีหน้าที่ร่วมกันป้องกันไม่ให้เสื่อม รักษาและส่งเสริมให้มั่นคงให้เป็นหลักปฏิบัติในการดำรงชีวิตโดยปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ตามเนื้อหาสาระของวัฒนธรรม ด้วยความเต็มใจของตนเอง เช่น “วัฒนธรรมการใช้เวลา” และ “วัฒนธรรมการใช้เงิน” คือต้องรู้จักใช้เวลา และใช้เงินให้ถูกต้องชอบธรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุดให้คุ้มค่าที่สุด

- วัฒนธรรมทางความคิด นักการเมืองที่ดี ต้องคิดดี คิดชอบอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง เช่น คิดริเริ่มคิดสร้างสรรค์ แต่สิ่งที่เกิดประโยชน์ ซึ่งต้องอาศัยการฝึกคิด และหัดใช้ความคิด เพื่อจะได้คิดเป็นในที่สุด มีความรู้ทางโลกและมีหลักคุณธรรมรองรับ เช่น คิดปฏิบัติหน้าที่ให้สมบูรณ์ โดยอาศัยการรู้คุณค่าของเวลา และการใช้สติวัฒนธรรมทางความเชื่อ นักการเมืองที่ดี จะต้องเชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ เชื่อเพราะมีเหตุผลเป็นพื้นฐาน เชื่อว่าผลย่อมมาจากเหตุ เพิ่มความเชื่อและเชื่อตลอดไป ในกฎแห่งกรรมที่ว่า “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” ตามคำสอนของพระพุทธศาสนา พร้อมกับถ่ายทอดความเชื่อเช่นนี้ ให้สืบทอดถึงลูกถึงหลาน มีความเชื่อต่อไปว่า เมื่อสร้างเหตุดี จะทำให้มีโอกาสทำความดีเพิ่มมากขึ้น และตัดเหตุที่ไม่ดีที่ จะนำไปสู่ความประพฤติ ที่สังคมไม่พึงประสงค์ได้อย่างเด็ดขาด ก็เท่ากับว่า ป้องกันตนเองไม่ให้กระทำความชั่วได้สำเร็จ คือ ไม่ให้เกิดความโลภในทรัพย์สิน และอำนาจ

- วัฒนธรรมทางจิตใจ นักการเมือง ต้องแสดงพฤติกรรมที่เป็นแบบอย่าง คือ ต้องเป็นแบบของความกตัญญูกตเวทีอย่างสม่ำเสมอ โดยเคารพคนดี ด้วยการกราบไหว้เชื่อฟังปฏิบัติตาม และรู้บุญคุณของผู้มีพระคุณ (กตัญญู) ตอบแทนพระคุณผู้มีพระคุณ (กตเวที) โดยการปฏิบัติที่ดี สำนึก ในบุญคุณของอาชีพ ที่อาศัยเลี้ยงชีวิตตัวเอง เลี้ยงครอบครัวตอบแทนบุญคุณอาชีพนั้น ๆ โดยประกอบอาชีพด้วยความซื่อสัตย์ ความเพียร ความอดทน และความเสียสละ วัฒนธรรมทางจิตใจที่แปลงจากความเคารพ และความกตัญญูกตเวที ซึ่งเป็นหัวข้อคุณธรรม เป็นนามธรรม มาเป็นการกระทำที่ดีที่ชอบอย่างต่อเนื่อง โดยมีการถ่ายทอดสืบทอดจากบรรพบุรุษไทยครั้งโบราณกาล มาถึงคนไทยยุคปัจจุบัน นับเป็นมรดกวัฒนธรรมไทยที่ล้ำค่า

- วัฒนธรรมน้ำใจ นักการเมืองที่ดี ต้องแสดงออกซึ่งน้ำใสใจจริงทั้งสีหน้า ท่าทางรอยยิ้ม คำพูดและการกระทำ เช่น คนตาดีจูงคนตาบอดข้ามถนน ชาวนาร่วมเกี่ยวข้าวได้ทั้งงาน ได้ทั้งความสนุกสนานและความสามัคคี และร่วมแสดงความเสียใจ ให้ความเห็นใจแก่เพื่อนที่สูญเสียญาติมิตร เป็นต้น- วัฒนธรรมการพูด นักการเมืองที่ดีต้องพูดไพเราะ อ่อนหวาน พูดจริงใจ พูดอย่างมีเหตุผล พูดให้เกิดประโยชน์ พูดเหมาะแก่เวลา พูดเหมาะกับสถานที่ กล้าพูดเพื่อความถูกต้องชอบธรรม

- วัฒนธรรมเชิงพฤติกรรม นักการเมืองที่ดี ต้องแสดงออกเป็นการกระทำของผู้มีปัญญา โดยใช้ปัญญาในทางที่ถูกต้องชอบธรรม สอดคล้องกับหลักธรรมคำสั่งสอนของศาสนา มีกิริยามารยาทท่าทางที่งดงาม ยึดมั่นในระเบียบแบบแผน ประเพณีและกฎหมายเป็นหลักในการกระทำทั้งปวง

- วัฒนธรรมการทำงาน นักการเมืองที่ดีต้องทำงานทุกอย่างด้วยใจที่รักงาน รู้หน้าที่ ทำงานตามหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นงานที่ตนเองทำโดยตรง หรือทำงานกับบุคคลอื่นหรือกับหมู่คณะก็ตาม ในขณะเดียวกันก็คิดสร้างสรรค์อ่อนน้อมถ่อมตน ทำตามระเบียบ มีมารยาท มีน้ำใจ มีวินัยในการทำงานรู้ว่าควรทำอะไรก่อน ทำอะไรหลัง ทำตามขั้นตอน ตรงต่อเวลา ทำเต็มเวลา กล้าตัดสินใจ อาศัยหลักธรรมคุณธรรมของศาสนาเป็นพื้นฐาน ให้เกียรติ ให้กำลังใจ ไว้วางใจ เอาใจเขามาใส่ใจเรา ผ่อนสั้น ผ่อนยาว ประนีประนอม ถนอมน้ำใจ ให้ความช่วยเหลือ ให้อภัยและให้โอกาสทำความดี แก้ตัวโดยใช้คำพูดที่สุจริตใจด้วยท่าทางที่สุภาพ และมีความยิ้มแย้มแสดงไมตรีจิตอย่างจริงใจ

- วัฒนธรรมเสริมสร้างความเป็นมิตร นักการเมืองที่ดีต้องเลือกคบมิตรที่ดี และรู้จักการกระชับ ความเป็นมิตรแท้ให้มั่นคงถาวร ด้วยการประพฤติประโยชน์ต่อกันอย่างสม่ำเสมอ เพราะค่าของมิตรแท้นั้น ให้สองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดรวมทั้งความสามารถ ตลอดจนประสบการณ์ชีวิตซึ่งกันและกัน ซึ่งมีผลต่อชีวิตในทุก ๆ ด้าน เช่น ชีวิตความเป็นอยู่ และชีวิตการทำงาน ทำให้มีโอกาสช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ป้องกันไม่ให้ฝ่ายหนึ่งหรือฝ่ายใด สำคัญตนเองผิด หลงตนเองและลืมตัวประพฤติชั่ว ทั้งโดยตั้งใจหรือไม่มีเจตนา ให้คิดถูกและประพฤติดีประพฤติชอบ

- วัฒนธรรมการสร้างตนเอง นักการเมืองที่ดีจะต้องพึ่งตนเองให้มากที่สุด โดยสู้ชีวิตด้วยกำลังกาย กำลังใจ สติปัญญา ความสามารถ ความคิด ความซื่อสัตย์ ความเพียร ความอดทน ความมัธยัสถ์ และความเสียสละพร้อมๆ กันไป กับการเรียนรู้ตลอดชีวิต จากชีวิตการต่อสู้ของผู้อื่น ทั้งผู้ประสบความสำเร็จ และผู้ล้มเหลวในชีวิตเป็นครู เป็นบทเรียนเพื่อสอนใจตนเองให้สู้ชีวิตใหม่ ให้รู้จักนำตนเองก้าวไปสู่จุดหมายปลายทาง สู่เป้าหมายของชีวิตที่พึงประสงค์ด้วยความไม่ประมาท ในเวลาเดียวกัน ก็ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ จากสื่อประเภทต่างๆ เพื่อเพิ่มประสบการณ์ชีวิตด้านการสร้างตนเอง ให้บรรลุความสำเร็จในชีวิต พร้อมด้วยความสุขที่แท้จริงเป็นชีวิตที่มีค่า โดยถือว่าอุปสรรคหรือความยากลำบากต่าง ๆ เป็นเครื่องทดสอบความสามารถในการสร้างตนเอง

- วัฒนธรรมการใช้ชีวิต คือ การู้จักใช้ชีวิตทุกๆ ด้าน เช่น การเรียนรู้ชีวิตความเป็นอยู่ ชีวิตการครองเรือน และชีวิตการทำงาน ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ให้คุ้มค่ามากที่สุด โดยอาศัยปัจจัยแห่งความสำเร็จต่างๆ เช่น การศึกษาตลอดชีวิตและหลักธรรม คุณธรรมของศาสนา และป้องกันใจตนเอง ไม่ให้ตกอยู่ใต้อิทธิพลของอำนาจฝ่ายต่ำ คือกิเลสและตัณหา ซึ่งชีวิตจะประสบความสำเร็จในระดับใดนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับการรู้จักตนเองตามสภาพที่เป็นจริงอยู่ตลอดเวลา และใช้ชีวิตประจำวันด้วยความมีสติไม่ประมาทเป็นสำคัญ คือต้องไม่ทำลายตัวเอง

- วัฒนธรรมการบำเพ็ญประโยชน์ คือนักการเมืองที่ดี ต้องเต็มใจที่จะทำประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อผู้อื่น หมู่คณะสังคมส่วนรวม และประเทศชาติในฐานะของผู้ให้ที่ดี เช่นให้ความร่วมมือด้วยแรงกาย สติปัญญา และเงินเพื่อการพัฒนาการศึกษาในชนบท ให้ความช่วยเหลือผู้ยากไร้ที่ไม่สามารถช่วยตนเองได้จริงๆ เพื่อให้เขาสามารถพึ่งตนเองได้บ้าง เช่น ให้ทุนแก่ผู้พิการ ให้สามารถประกอบอาชีพตามความเหมาะสมของความพิการให้มีรายได้เลี้ยงชีพ โดยชอบทั้งนี้ต้องไม่ลืมว่า คุณลักษณะเด่นอย่างหนึ่งของคนไทยเรานั้นคือ ต้องการช่วยเหลือพี่น้องร่วมชาติที่เดือดร้อนทุกข์ยาก และให้ความร่วมมือเพื่อพัฒนาสังคม ความคิดและพฤติกรรมเช่นนี้ จัดเป็นวัฒนธรรมการบำเพ็ญประโยชน์ ที่ควรถ่ายทอดและสืบทอดให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมให้มั่นคงยั่งยืนตลอดไป

เอกสารอ้างอิง หนังสือเอกสารทางวิชาการ การสืบสานและพัฒนาวัฒนธรรมทางการเมืองไทย โดยสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
ขอขอบคุณข้อมูลข่าว : กฤษณา พันธุ์มวานิช กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ

นักการเมือง

เกริ่นนำนักการเมือง

นักการเมืองดี ทำสิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่ได้ประโยชน์
นักการเมืองดีมาก ทำสิ่งที่ประเทศชาติได้ประโยชน์
นักการเมืองดีที่สุด ทำสิ่งที่สังคมโลกได้ประโยชน์นักการเมืองเลว ทำสิ่งที่สังคมโลกเสียประโยชน์
นักการเมืองเลวมาก ทำสิ่งที่ประเทศชาติเสียประโยชน์
นักการเมืองเลวที่สุด ทำสิ่งที่ตัวเองหรือพวกพ้อง ได้ประโยชน์